ปั่นจักรยานอย่างไรให้น้ำหนักลด
“การปั่นจักรยาน” อีกหนึ่งวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะสามารถลดได้ทุกส่วนไม่เฉพาะแค่ที่ขาเท่านั้น แต่ทั้งนี้ หากปั่นไปเรื่อยๆ โดยไร้จุดหมาย การลดน้ำหนักคงไม่สัมฤทธิ์ผลได้ ดังนั้น ทีมงาน Feel Good จึงขอแนะนำวิธีปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนักให้ถูกต้องจะได้ผอมสวย ผอมหล่อสมใจเสียที
อย่างไรก็ตาม ต้องแนะนำว่าการเลือกรูปแบบการออกกำลังกายต้องให้มีความเหมาะสมกับตนเอง และจะดีมากหากรู้สึกชื่นชอบในการออกกำลังกายนั้นๆ เพราะจะทำให้เราใช้เวลาอยู่กับมันได้นานกว่าการออกกำลังกายแบบต้องฝืนใจ กลับมาเข้าเรื่องของนักปั่นที่ต้องการลดน้ำหนักไปด้วยกันดีกว่า ชลิตา จุลหาญกิจ นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เคยได้แนะนำเทคนิคกระชับสัดส่วน จากการปั่นจักรยานทั้ง 4 แบบ ดังนี้ 1. ปรับความสูงของเบาะนั่งเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า (Quadricep) ควรปรับเบาะให้สูงในระดับที่เท้าแตะพื้นได้ เมื่อขาถีบไปที่บันไดจนสุดแล้วเข่าเหยียดเกือบตรง (งอประมาณ 5 องศา) ท่านี้จะทำให้ไม่ต้องใช้กำลังของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากเกินไป ทำให้ไม่เมื่อย และได้กล้ามเนื้อต้นขาที่เรียวกระชับ เพราะถ้าปรับเบาะต่ำ กล้ามเนื้อจะต้องออกแรงในการถีบไปข้างหน้ามาก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นมัดใหญ่ และทำให้เมื่อยเร็วขึ้น 2. ปั่นจักรยานช่วยให้ต้นแขนกระชับ ขณะขี่จักรยานจะต้องออกแรงที่แขนเพื่อบังคับแฮนด์จักรยานให้อยู่นิ่งเพื่อการทรงตัวที่ดี เกิดการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อแขน ส่งผลให้กล้ามเนื้อไหล่ส่วนหน้า (Anterior Deltoid), กล้ามเนื้อบ่า (Trapezius Muscle), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps Brachii), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหลัง (Triceps Brachii), กล้ามเนื้อแขนส่วนล่าง (Brachioradialis) แข็งแรง กระชับ และช่วยลดเซลลูไลต์ โดยเฉพาะถ้าขี่ในทางขรุขระก็จะทำให้แขนได้ออกกำลังมากขึ้น | ||||
4. ปั่นจักรยานช่วยให้จิตใจแจ่มใส ตื่นตัว และเป็นหนุ่มสาวขึ้น ขณะปั่นจักรยานตาต้องมองไปข้างหน้าและรอบข้าง หูก็ต้องฟังเสียงรถและสิ่งรอบข้างเช่นกัน ซึ่งเป็นการฝึกประสาทสัมผัสทั้งทางสายตาและหูไปในตัว เมื่อตาเห็นหรือหูได้ยิน กล้ามเนื้อและข้อ (Muscle & Joints) ก็ต้องทำงานทันที เช่น เมื่อเห็นหลุมก็ต้องเบรกหลบหรือเตรียมตัวลงหลุมโดยประคองจักรยานไม่ให้ล้ม ทำให้ประสาทตื่นตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้รู้สึกคล่องแคล่วว่องไว กระฉับกระเฉง ตื่นตัว และแจ่มใสขึ้นทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ทั้งนี้ เวลาที่ร่างกายจะเข้าสู่การเผาผลาญไขมันคือตั้งแต่นาทีที่ 30 เป็นต้นไป ดังนั้น 1 ชั่วโมงน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังเพื่อสลายไขมัน ซึ่งถ้าหากจะออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานให้ครบหนึ่งชั่วโมง จะได้ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเฉลี่ย 80 รอบขาต่อนาที ส่วนในวันหยุดพักผ่อน อาจเพิ่มระยะทางเข้าไปเป็น 50-100 กิโลเมตรก็ได้ แต่ไม่ควรหักโหมปั่นทุกวัน ควรหยุดให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง อาทิตย์ละ 1 วัน นอกจากนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การควบคุมอาหาร กินผักให้มาก เลือกกินไขมันดี ลดแป้งแต่ไม่ใช่งดแป้ง ลดน้ำตาลลง จะได้ไม่ต้องนั่งงงว่า ปั่นจักรยานเหนื่อยแทบตายทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลยสักนิด?! |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น