วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!

ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!

ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ไม่ว่าจะนำสุนัขมาฝากเลี้ยง พามาเสริมสวยหล่อ หรือว่ายน้ำวิ่งเล่นออกกำลังกาย ที่รีสอร์ทสุนัขแห่งนี้ก็มีครบ “Cotton dog resort and care” ที่จะดูแลสุนัขของคุณอย่างดี วันนี้ทีมงาน Feel Good จะพาไปชมบรรยากาศแสนน่ารักของโรงแรมสุนัขแห่งนี้กัน 
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        "กรรณิการ์ คุปตเมธี" ผู้จัดการร้านเล่าถึงจุดเริ่มต้นของรีสอร์ทสุนัข Cotton dog resort and care แห่งนี้ให้ฟังว่า เมื่อก่อนเลี้ยงสุนัขหลายตัว หนึ่งในนั้นป่วยต้องพาไปหาหมอซึ่งแนะนำว่าให้ว่ายน้ำเพื่อทำกายภาพบำบัด แต่ปรากฏว่าคิวสระว่ายน้ำในโรงพยาบาลสัตว์รัฐบาลยาวมาก สุนัขบางตัวต้องรอคิวนานเป็นเดือนกว่าจะได้ลงสระ จึงเริ่มเกิดความคิดที่อยากทำสระว่ายน้ำสำหรับสุนัขที่เป็นของเอกชนขึ้นมาเพื่อรองรับและให้บริการสุนัขกลุ่มนี้ จากนั้นจึงค่อยๆ ต่อยอดไอเดียจนกลายเป็นการดูแลสุนัขแบบครบวงจรที่มีทั้งห้องพัก สระว่ายน้ำ และการอาบน้ำตัดขนขึ้นมา 
     
       Cotton dog resort and care ไม่ใช่แค่ที่พักหรือฝากสุนัขเท่านั้น แต่ที่นี่มีบริการให้แก่สุนัขหลากหลายส่วน ทั้งห้องพัก สระว่ายน้ำ อาบน้ำตัดขน สปา สนามวิ่งเล่น และ Pet Shop 
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ผู้เลี้ยงสุนัขอาจคุ้นตากับห้องพักสุนัขที่ให้เจ้าตูบแยกพักเป็นกรงๆ แต่ที่นี่ทำเป็นห้องกระจกกั้นและสร้างบรรยากาศสมจริงให้สุนัขรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและผ่อนคลายมากที่สุด ภายในห้องจะมีแอร์ ผ้าม่าน กรอบรูป เตียงนอน และอาหารให้พร้อม ทั้งยังมีพี่เลี้ยงคอยดูแลเป็นอย่างดี เรียกว่าเจ้าของเพียงเตรียมสายจูงและนำบัตรวัคซีนประจำปีมาก็สามารถพาสุนัขเข้าพักได้เลย
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        นอกจากห้องพักแสนน่าอยู่ โรงแรมสุนัขแห่งนี้ยังมีบริการที่โดดเด่นคือสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือในร่มซึ่งเจ้าของสามารถพาสุนัขมาว่ายน้ำได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะพาสุนัขมาว่ายเพื่อกายภาพบำบัด หรือว่ายออกกำลังกายเพื่อความสนุกสนาน ที่นี่ก็ก็สามารถให้บริการได้ทุกรูปแบบ
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ในมุมความสวยความงามนั้น หากอยากพาสุนัขมาอาบน้ำ ตัดขน หรือทำสปา ที่นี่ก็มีบริการให้ครบ ช่างและพนักงานจะแปลงโฉมให้ลูกรักของคุณกลับไปแบบสวยหล่อ ส่วนบริการด้านอื่นๆ ของทางโรงแรมสุนัขนั้นยังมีสนามหญ้าให้สุนัขได้วิ่งเล่นสนุกสนาน รวมถึงมี Pet Shop ให้ลูกค้ามาช้อปปิ้งสินค้าสำหรับสุนัขหรือนั่งดื่มกาแฟระหว่างรอสุนัขใช้บริการอยู่ก็ได้
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        สำหรับค่าบริการนั้น ผู้จัดการร้านอธิบายให้ฟังอย่างง่ายๆ ว่าในส่วนของห้องพัก จะคิดราคาตามน้ำหนักตัวสุนัข เนื่องจากน้ำหนักจะเป็นตัวอ้างอิงถึงอาหารที่กิน เพราะสุนัขเล็กกับใหญ่กินอาหารไม่เหมือนกัน ไซส์ห้องแตกต่างกัน และความยากง่ายในการดูแลไม่เท่ากัน สุนัขตัวใหญ่บางครั้งต้องใช้พี่เลี้ยง 2 คนในการดูแลเพราะแรงค่อนข้างเยอะ
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ด้านราคาสระว่ายน้ำ ตัดขน และสปานั้นนอกจากแบ่งเกณฑ์ราคาตามน้ำหนักแล้ว ยังพิจารณาด้านสายพันธุ์ด้วย เนื่องจากสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ความสั้นยาวของขนก็ไม่เท่ากัน ส่งผลต่อการให้บริการในการอาบน้ำ ตัดขน รวมถึงการทำสปาอีกด้วย ทั้งนี้สามารถสอบถามราคาที่ชัดเจนได้จากทางร้านโดยตรง
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ธุรกิจนี้เรียกว่าการบริการคือหัวใจสำคัญ ผู้จัดการร้านเล่าถึงมุมมองในการดูแลสุนัขให้ฟังด้วยรอยยิ้ม“การบริการต้องคิดว่าน้องหมาเป็นลูกของลูกค้า เราดูรู้ว่าลูกค้าดูแลยังไง เราต้องดูแลไม่น้อยกว่าที่ลูกค้าดูแล ดูแลเทียบเท่าเหมือนดูแลคนดูแลลูกเค้า สินค้าที่ใช้เป็นเกรดพรีเมียมและเป็นราคาที่ลูกค้ายอมรับได้”
ยลโฉมรีสอร์ทสุนัขครบวงจรสุดเก๋!!
        ทั้งนี้เธอยังทิ้งท้าย “สิ่งนี้เป็นความสุขที่ทำให้คนอื่นมีความสุข” เพราะจากเดิมที่เจ้าของไม่กล้าไปไหนไกลๆ เพราะเป็นห่วงสุนัข เมื่อมาใช้บริการที่นี่ทำให้สามารถไปเที่ยวได้อย่างหมดห่วงและสบายใจได้
     
        สำหรับใครที่สนใจบริการเพื่อสุนัขแบบครบวงจรนี้ สามารถติดต่อได้ที่ www.cottondogresort.com
     
       ภาพโดย วชิร สายจำปา

10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!

10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!

10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        ทุกครั้งที่ขึ้นปีใหม่ เชื่อว่าหลายๆ คน น่าจะจดลิสต์เป้าหมายที่อยากทำในชีวิตกันเอาไว้บ้างแต่ถึงอย่างนั้น เป้าหมายที่คุณวางไว้อาจจะไม่ได้มาจากใจของคุณจริงๆ เพราะถูกตีกรอบจากบริบทรอบตัว อย่างเช่นอาชีพการงานหรือคนในครอบครัว 
      
        ลองหยุดคิดสักนาทีหนึ่งและลองตอบคำถามว่า ลิสต์พวกนี้มีความหมายต่อคุณจริงๆ หรือ? จะเป็นอย่างไรถ้าคุณได้ใช้ชีวิตเหมือนในความฝัน และจะเป็นอย่างไรถ้าลองหลีกหนีจากกิจวัตรเดิมๆ ทุกวัน ดังที่วิลเลียม รอสส์ นักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีชีวิตอย่างแท้จริง” และนี่คือ 10 สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่คุณควรลองสักครั้งในชีวิต!! 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        1. เก็บกระเป๋าแล้วออกไปลุย!!
        การแบ็คแพ็คไปท่องเที่ยวน่าจะอยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ ของใครหลายคน ถึงแม้การสะพายกระเป๋าออกไปตะลุยโลกกว้างอาจเป็นสิ่งที่หลายคนหวาดกลัว แต่เชื่อเถอะว่าหากคุณได้ลองสักครั้งจะติดใจไม่รู้ลืมกับประสบการณ์แบบนี้แน่นอน เพราะการแบ็คแพ็คนั้นจะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศในแบบงบน้อย แต่ได้กลับมาทั้งความอิสระเสรีและความสนุกสนาน 
        อีกอย่างคือถึงแม้จะต้องเดินทางคนเดียวแต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวหรอกนะ เพราะคุณต้องไปเจอคนอื่นๆ อีกมากมายที่ร่วมเส้นทางเดียวกัน ที่สำคัญการแบ็คแพ็คจะสอนให้เรารู้จักคำว่า “ชีวิต” มากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นลองออกไปเปิดประสบการณ์สักครั้งเถอะ 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        2. ฝึกฝนทักษะอาชีพใหม่ๆ 
        แน่ละ หลายคนพึงพอใจและแฮปปี้ในงานที่กำลังทำอยู่ และก็ยังไม่ได้คิดจะออกไปหางานใหม่ในเร็วๆ นี้ด้วย แต่ก็มีบางขณะที่อยากลองจดลิสต์ใหม่ๆ นับตั้งแต่ที่พบว่าการทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิมไปบ้างมันก็เจ๋งดีอยู่ไม่ใช่น้อย ลองนึกดูถึงสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุขอย่างเช่น งานอดิเรก หรือสิ่งที่คุณสนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มมากที่จะพัฒนาไปสู่การทำแบบเต็มตัวและทำเป็นอาชีพได้เลย 
        สเตปแรกที่คุณควรทำคือลองมองหางานพาร์ทไทม์ หรือไม่ก็ร่วมเป็นอาสาสมัครในสายงานที่ชอบ งานใหม่ๆ แบบนี้แหละที่จะช่วยให้คุณได้ขยายขอบเขตความรู้และอาจช่วยสานฝันให้เป็นจริงก็ได้ 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        3. ทดลองเป็นอาสาสมัคร
        การจะทำความดีโดยไม่ต้องรอที่จะได้ผลตอบแทนน่าจะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่คุณควรลอง และการอาสาสมัครก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มันยิ่งใหญ่อลังการหรือต้องบริจาคเงินแบบมหาศาล มีอีกเป็นร้อยๆ อย่างที่คุณสามารถจะทำเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ เช่น การให้ความช่วยเหลือในหอผู้ป่วยหนัก, การทำงานร่วมกับเด็กพิการ, การปกป้องสัตว์หรือทำความสะอาด ล้วนเป็นกิจกรรมที่ดีทั้งนั้น
        เงิน, ทักษะและสถานะทางสังคมไม่มีความหมายอีกต่อไป ความปรารถนาและความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้อื่นของคุณต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัคร ลองออกไปทำความดีเมื่อคุณมีเวลาและจดจำไว้ว่าการกระทำของคุณจะทำให้โลกแตกต่างไปจากเดิม 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        4. ลิ้มลองประสบการณ์นัดบอดสักครั้ง
        การไปนัดบอดกับใครสักคนนี่อาจเรียกได้ว่าเป็นการผจญภัยเลยนะ เพราะคุณไม่รู้เลยว่าเขาหรือเธอที่คุณจะไปพบหน้านั้นเป็นใคร และต่อจากนั้นมันจะเป็นอย่างไร มันคงจะสร้างความประหลาดใจและความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ที่คุณกำลังนั่งคิดเพลินๆ ว่าคู่ของคุณจะเป็นคนแบบไหนกันนะ 
        สิ่งที่ดีที่สุดในการนัดบอดคงจะเป็นการที่ไม่ต้องรู้สึกผิดและไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร หากคู่นัดบอดที่ได้เจอยังไม่ถูกใจคุณก็สามารถปฏิเสธได้แบบไม่ยากเย็น เอาจริงๆ มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสียด้วยซ้ำ เพราะคุณจะได้พบกับคนใหม่ๆ ได้พูดคุยในเรื่องที่ต่างออกไป และยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย นี่ล่ะ คือโอกาสที่จะได้พบเจอเพื่อนดีๆ สักคนหรือไม่ก็อาจเป็นคนรักที่คุณตามหามาแสนนานก็ได้ ใครจะไปรู้
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        5. ลองเล่นกีฬาผาดโผนสุดเร้าใจ!!
        บางคนอาจมีความหลงใหลในกีฬาผาดโผน ขณะที่คนอื่นๆ คิดว่ามันเป็นเรื่องที่โคตรบ้า ส่วนคนที่ชอบความผาดโผนก็อาจบอกว่าเป็นเพราะเขาชอบประสบการณ์สุดมันส์ในรูปแบบใหม่ๆ อาทิ การกระโดดบันจี้จัมป์, การพายเรือคายัค, การเล่นพาราไกลดิง หรือการว่ายน้ำกับฝูงฉลามขาว ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม และถึงแม้กิจกรรมบางอย่างที่กล่าวมาอาจใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่มันจะเป็นวินาทีที่คุณนั้นจดจำไปตลอดชีวิต 
        ทั้งนี้ กีฬาผาดโผนอาจอันตรายจนสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้คุณอยู่บ้าง ดังนั้น คุณควรต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังที่สุด และที่สำคัญคือต้องเล่นกับครูฝึกมืออาชีพเท่านั้น 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        6. เลี้ยงกาแฟคนแปลกหน้า
        ความรู้สึกของการได้รับกาแฟจากคนแปลกหน้าเป็นอีกเรื่องราวที่น่าประทับใจ เมื่อผู้ให้เพียงอยากจะให้โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน ผู้รับย่อมสัมผัสได้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้นครั้งหน้าที่คุณไปร้านกาแฟ ลองเลี้ยงกาแฟคนแปลกหน้าดู มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากแต่ดีเหลือเชื่อจริงๆ
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        7. เดินทางไปชมแสงเหนือ
        ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมายังทางเหนือก็เพื่อที่จะมาชมแสงขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามน่าประทับใจ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะเห็นแสงเหนือได้งดงามก็คือระหว่างเดือนตุลาคม - เมษายน นอกจากการชมแสงขั้วโลกเหนือแล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เพลิดเพลิน เช่น เลื่อนหิมะ และสกี ดังนั้นครั้งหน้าหากคิดจะไปเที่ยว อย่าลืมเก็บอลาสก้า ไอร์แลนด์ และนอร์เวย์ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในดวงใจ ขอบอกว่าบรรยากาศขั้วโลกเหนือนี่แสนจะโรแมนติกและมีเสน่ห์มากทีเดียว
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        8. เผชิญหน้ากับความกลัว
        คนส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตได้สบายๆ ท่ามกลางความกลัวและไม่ได้คิดที่จะหาทางเอาชนะความกลัวนั้น พวกเขาอาจคิดว่าความกลัวเป็นเกราะป้องกันที่ดีซึ่งจะช่วยตัดสินใจและใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องเสี่ยงอันตราย แต่ในความเป็นจริงนั้นความกลัวไร้ซึ่งเหตุผล เช่น การกลัวขาดทุน กลัวความโดดเดี่ยว กลัวคน และอื่นๆ อีกมากมาย
        ตราบใดที่คุณปล่อยให้ความกลัวครอบงำ คุณจะไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ พยายามตระหนักว่าความกลัวนั้นเกิดขึ้นภายในจิตใจและมันแค่ดูเหมือนจะน่ากลัว แต่พวกมันไม่ได้ทำร้ายเราจริงๆ สักหน่อย คุณจะไม่สามารถวิ่งหนีความกลัวนั้นพ้น สิ่งเดียวที่ทำให้เราก้าวข้ามผ่านมันไปได้ก็คือเผชิญหน้ากับมัน พูดกับคนแปลกหน้า ร้องเพลงต่อหน้าคนดูเยอะๆ หรือกระโดดร่ม แน่ใจว่าคงมีสัก 10 อย่างที่คุณนั้นกลัว เผชิญหน้ากับมันสักตั้งแล้วคุณจะภูมิใจในตัวเองสุดๆ เมื่อความกลัวนั้นทำอะไรคุณไม่ได้อีก
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        9. ลองค้างบ้านคนท้องถิ่นดู
        คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวด้านลบของการไปนอนค้างบ้านคนต่างถิ่น แต่เชื่อเถอะว่าโลกนี้ไม่มีอะไรปลอดภัยนักหรอก การไปนอนค้างบ้านคนอื่นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียซึ่งมีนักเดินทางพิสูจน์มาแล้วมากมายข้อดีอย่างหนึ่งคือเราสามารถออกไปผจญภัยโลกกว้างได้โดยไม่ต้องใช้เงินมากนัก นอกจากนั้นการพักแบบนี้ยังทำให้เราได้เจอคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน และได้รู้จักนักเดินทางเจ๋งๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางได้อย่างดี
        ปัจจุบันรูปแบบของการค้างบ้านคนท้องถิ่น (Couch surfing) มีสมาชิกมากกว่า 1 ล้านคนจากมากกว่า 70,000 เมืองทั่วโลก ศึกษาหาข้อมูลให้พร้อมก่อนที่จะเข้าพัก และเมื่อคุณได้ลองค้างบ้านคนท้องถิ่นดูแล้ว ชีวิตของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อย่าลืมเพิ่มสิ่งนี้ไว้ในลิสต์ที่ต้องลองล่ะ 
10 สิ่งน่าตื่นเต้นที่ควรลองสักครั้งในชีวิต!!
        10. ลองเขียนหนังสือสักเล่มสิ 
      
        ทุกคนคงจะมีความคิดอยากจะลงมือเขียนหนังสือสักครั้งในชีวิต แต่คนส่วนมากมักจะคิดกลัวไปเองว่า มันเป็นเรื่องเพ้อฝันและเป็นเรื่องที่แสนยากเย็น แน่นอนละว่าประเด็นสำคัญที่สุดคือการจะเขียนหนังสือสักเล่มคุณต้องเก่งไวยากรณ์ ต้องมีทักษะในด้านวรรณกรรม แต่รู้มั้ยงานเขียนมันก็แค่การแบ่งปันความคิดของเราส่งต่อไปให้ผู้อื่นก็เท่านั้น มันไม่จำเป็นเลยที่คุณจะต้องเป็นนักเขียนมืออาชีพหรอกนะ 
      
        อาจจะมีลิสต์อีกมากมายที่น่าจะมากพอๆ กับการขอพรถูกจดไว้ในกระดาษของคุณ อย่าลืมเปิดมันขึ้นบ่อยๆ และเช็คว่าคุณได้ก้าวข้ามเป้าหมายของตัวเองไปได้หรือยัง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องไม่ลืมใช้ชีวิตในแนวทางเดียวกับเป้าหมายที่วางไว้ด้วย เอ๊ะ! แล้วตอนนี้ คุณมีลิสต์ของปี 2558 ไว้กี่ข้อแล้วล่ะ??
      
       ที่มา : http://womanitely. co m

ปั่นจักรยานอย่างไรให้น้ำหนักลด

ปั่นจักรยานอย่างไรให้น้ำหนักลด

“การปั่นจักรยาน” อีกหนึ่งวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะสามารถลดได้ทุกส่วนไม่เฉพาะแค่ที่ขาเท่านั้น แต่ทั้งนี้ หากปั่นไปเรื่อยๆ โดยไร้จุดหมาย การลดน้ำหนักคงไม่สัมฤทธิ์ผลได้ ดังนั้น ทีมงาน Feel Good จึงขอแนะนำวิธีปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนักให้ถูกต้องจะได้ผอมสวย ผอมหล่อสมใจเสียที 

ปั่นจักรยานอย่างไรให้น้ำหนักลด??
ภาพจาก www.fitforlife. c h
        เมื่อวิธีการออกกำลังกายมีหลากหลายวิธีให้เลือก แต่หลายๆ คนกลับเลือกการปั่นจักรยาน สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปั่นจักรยานค่อนข้างเซฟต่อร่างกาย ไม่ได้รับการกระแทกมากอย่างเช่นการวิ่ง ที่ทำให้เกิดการเจ็บปวดของเข่าได้ แถมยังมีประโยชน์ในอีกหลายๆ เรื่อง อาทิ ช่วยให้นอนหลับลึกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพสมอง ดังนั้น จักรยานที่สามารถปั่นได้แทบทุกวันจึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่ง 
      
        อย่างไรก็ตาม ต้องแนะนำว่าการเลือกรูปแบบการออกกำลังกายต้องให้มีความเหมาะสมกับตนเอง และจะดีมากหากรู้สึกชื่นชอบในการออกกำลังกายนั้นๆ เพราะจะทำให้เราใช้เวลาอยู่กับมันได้นานกว่าการออกกำลังกายแบบต้องฝืนใจ 
      
        กลับมาเข้าเรื่องของนักปั่นที่ต้องการลดน้ำหนักไปด้วยกันดีกว่า ชลิตา จุลหาญกิจ นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เคยได้แนะนำเทคนิคกระชับสัดส่วน จากการปั่นจักรยานทั้ง 4 แบบ ดังนี้
      
        1. ปรับความสูงของเบาะนั่งเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า (Quadricep) ควรปรับเบาะให้สูงในระดับที่เท้าแตะพื้นได้ เมื่อขาถีบไปที่บันไดจนสุดแล้วเข่าเหยียดเกือบตรง (งอประมาณ 5 องศา) ท่านี้จะทำให้ไม่ต้องใช้กำลังของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากเกินไป ทำให้ไม่เมื่อย และได้กล้ามเนื้อต้นขาที่เรียวกระชับ เพราะถ้าปรับเบาะต่ำ กล้ามเนื้อจะต้องออกแรงในการถีบไปข้างหน้ามาก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นมัดใหญ่ และทำให้เมื่อยเร็วขึ้น
      
        2. ปั่นจักรยานช่วยให้ต้นแขนกระชับ ขณะขี่จักรยานจะต้องออกแรงที่แขนเพื่อบังคับแฮนด์จักรยานให้อยู่นิ่งเพื่อการทรงตัวที่ดี เกิดการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อแขน ส่งผลให้กล้ามเนื้อไหล่ส่วนหน้า (Anterior Deltoid), กล้ามเนื้อบ่า (Trapezius Muscle), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps Brachii), กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหลัง (Triceps Brachii), กล้ามเนื้อแขนส่วนล่าง (Brachioradialis) แข็งแรง กระชับ และช่วยลดเซลลูไลต์ โดยเฉพาะถ้าขี่ในทางขรุขระก็จะทำให้แขนได้ออกกำลังมากขึ้น
ปั่นจักรยานอย่างไรให้น้ำหนักลด??
        3. ปั่นจักรยานช่วยให้กล้ามเนื้อหลัง (Back Muscle) สวย เฟิร์ม ขณะขี่จักรยานกล้ามเนื้อหลังต้องเกร็งตัวเพื่อการทรงตัวตลอดเวลาที่ปั่น ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อคอด้านหลังกระชับ แข็งแรง และดูสวยงาม โดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง ซึ่งถ้าเลี้ยวไปทางซ้ายก็ต้องเอี้ยวตัวไปทางขวาเพื่อทรงตัวให้รถไม่ล้ม ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อท้องบริเวณด้านข้าง (Trunk Lateral Flexor Muscle) ทำให้กล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวและหน้าท้องกระชับแบนสวยได้รูป โดยผู้ขี่จะต้องปรับเบาะให้พอเหมาะที่ขายืนถึง ขณะขี่หากเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วยเล็กน้อย ก็จะช่วยให้หน้าท้องส่วนบน (Upper Abdomen) และกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง (Lower Abdomen) กระชับและแบนสวยมากขึ้นด้วย
      
        4. ปั่นจักรยานช่วยให้จิตใจแจ่มใส ตื่นตัว และเป็นหนุ่มสาวขึ้น ขณะปั่นจักรยานตาต้องมองไปข้างหน้าและรอบข้าง หูก็ต้องฟังเสียงรถและสิ่งรอบข้างเช่นกัน ซึ่งเป็นการฝึกประสาทสัมผัสทั้งทางสายตาและหูไปในตัว เมื่อตาเห็นหรือหูได้ยิน กล้ามเนื้อและข้อ (Muscle & Joints) ก็ต้องทำงานทันที เช่น เมื่อเห็นหลุมก็ต้องเบรกหลบหรือเตรียมตัวลงหลุมโดยประคองจักรยานไม่ให้ล้ม ทำให้ประสาทตื่นตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้รู้สึกคล่องแคล่วว่องไว กระฉับกระเฉง ตื่นตัว และแจ่มใสขึ้นทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ
      
        ทั้งนี้ เวลาที่ร่างกายจะเข้าสู่การเผาผลาญไขมันคือตั้งแต่นาทีที่ 30 เป็นต้นไป ดังนั้น 1 ชั่วโมงน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังเพื่อสลายไขมัน ซึ่งถ้าหากจะออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานให้ครบหนึ่งชั่วโมง จะได้ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเฉลี่ย 80 รอบขาต่อนาที ส่วนในวันหยุดพักผ่อน อาจเพิ่มระยะทางเข้าไปเป็น 50-100 กิโลเมตรก็ได้ แต่ไม่ควรหักโหมปั่นทุกวัน ควรหยุดให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง อาทิตย์ละ 1 วัน
      
        นอกจากนั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การควบคุมอาหาร กินผักให้มาก เลือกกินไขมันดี ลดแป้งแต่ไม่ใช่งดแป้ง ลดน้ำตาลลง จะได้ไม่ต้องนั่งงงว่า ปั่นจักรยานเหนื่อยแทบตายทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลยสักนิด?!

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

รวมแบบบ้าน บ้านต้นไม้ กว่า 20 แบบ

รวมแบบบ้าน บ้านต้นไม้ กว่า 20 แบบ

คราวที่แล้ว เราได้รวมแบบบ้าน บ้านต้นไม้ จากที่ต่างๆ รอบโลกมาให้เพื่อนๆ  กันแล้ว มาดูต่ออีกอีก 20 แบบบ้านต้นไม้นะคะ ว่ายังสวย เจ๋ง เหมือนหรือเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้หรือเปล่า